Blog
English learning tips, guides, and news from WELE
Learning Tips

อดีตกาลของ play คือ played และจุดที่มันชน plate กับ prayed ตอนพูดเร็ว
อดีตกาลและ past participle ของ play คือ played เหมือนกันทั้งคู่ ส่วนที่ยากคือเสียง /d/ ท้ายคำหายก่อนพยัญชนะ และ played จะอยู่ชิด plate กับ prayed ในเสียง

อดีตกาล need คือ needed: เสียงท้าย /ɪd/ เป็นพยางค์จริง และตอน needed ฟังเหมือน need it
Need เติม -ed เป็น needed และเสียงท้ายนั้นเป็นพยางค์จริง ส่วนที่ยากคือ needed กับ need it ออกเสียงเหมือนกันทุกประการ มีแต่ไวยากรณ์ข้างหลังที่แยกได้

อดีตของ like คือ liked: กลุ่มเสียง /kt/ ท้ายคำ และบทบาทอีกสามของ like ที่ไม่ใช่กริยา
อดีตกาลธรรมดาและ past participle ของ like คือ liked ทั้งคู่ ท้าย -ed ออกเสียง /t/ กลุ่มเสียง /kt/ ท้ายคำหายไปก่อนพยัญชนะ like ยังมีบทบาทอื่นอีกสามบทบาทที่ไม่ผันตามกาล

ภาษาอังกฤษอุตสาหกรรมเสื้อผ้า: คำศัพท์โรงงาน แผนการเรียน และแหล่งอ่าน
คำศัพท์อุตสาหกรรมเสื้อผ้าแยกตามงานจริงในโรงงาน พร้อมแผนการเรียนสามขั้นจาก tech pack ถึงอีเมลกับ buyer และแหล่งอ่านที่ควรอ่านสำหรับเรียนเอง

อดีตของ forget: forgot, forgotten และจุดที่แยกจากครอบครัว get
อดีตกาลของ forget คือ forgot ส่วน past participle คือ forgotten กฎ got กับ gotten ของ get ใช้ไม่ได้ที่นี่ และ forgot to จะถูกย่อรวมเป็นก้อนเดียวเมื่อพูดเร็ว

fight อดีตกาลคือ fought และเสียงเงียบหนึ่งตัวแยกมันออกจาก thought
Fought รับทั้ง V2 และ V3 ของ fight แล้ว gh ไม่ออกเสียง ส่วนที่ยากคือแยก fought ออกจาก thought กับ taught ตอนประโยccวิ่งเร็ว

อดีตกาลของ enjoy คือ enjoyed: เสียงท้าย -ed อ่าน /d/ และกฎ V-ing ตามหลัง
enjoy เป็นคำกริยาแบบมีกฎ อดีตกาลคือ enjoyed ส่วนที่ยากคือเสียงท /d/ ที่หายไปก่อนพยัญชนะ และกฎบังคับให้ใช้ V-ing หลัง enjoy

อดีตของ cook คือ cooked: หาง /t/ ที่หลุดหาย กับเรื่อง cooker ที่ไม่ใช่คนทำอาหาร
Cook เป็นกริยาแบบมีกฎ อดีตกาลและ past participle ทั้งคู่คือ cooked จุดที่ยากคือกลุ่มพยัญชนะ /kt/ ท้ายคำ ที่หูคนไทยแทบจะปล่อยหลุดเสมอ

อดีตของ win คือ won: ฟอร์มเดียวทั้งสองช่อง อ่ansเหมือน one เป๊ะ
อดีตกาลธรรมดาและ past participle ของ win คือ won ทั้งคู่ จุดที่ยากคือ won อ่ansเหมือน one ทุกประการ และภาษาเวียดนámรวม win กับ beat เป็นคำ thắng คำเดียว

อดีตของ want คือ wanted: เสียงท้าย /ɪd/ จับคู่ want กับ won't และตอนที่ wanted ฟังเหมือน want it
Want เป็นกริยาปกติ อดีตกาลและ past participle ล้วนเป็น wanted จุดที่ยากคือเสียงท้าย /ɪd/ ที่มักหาย จับคู่ want กับ won't และตอนที่ wanted ฟังเหมือน want it

อดีตกาล walk คือ walked: ตัว l เงียบ ท้าย /kt/ และกับดัก walk กับ work
Walk เป็นกริยาปกติ อดีตกาลธรรมดาและ past participle คือ walked จุดยากคือตัว l ไม่ออกเสียง กลุ่มพยัญชนะท้ายมักสะเดาะหาย และ walk กับ work ฟังแทบเหมือนกัน

อดีตของ steal: stole, stolen และทำไมรูป passive ถึงเป็นที่คุณได้ยินบ่อยที่สุด
อดีตกาฏของ steal คือ stole รูป past participle คือ stolen รูปที่คุณเจอบ่อยที่สุดคือ stolen ในประโยค passive ตรงที่คำกริยาช่วยหายได้ง่ายที่สุด

Past tense ของ stay คือ stayed: คำกริยาเปลี่ยนตามกฎ แต่หาง -ed มักหายไป
Stay เป็นคำกริยาเปลี่ยนตามกฎ past simple และ past participle คือ stayed ทั้งคู่ จุดที่ยากอยู่ที่เสียง /d/ ท้ายคำที่หูของคนที่เรียนแทบจะไม่เคยได้ยิน

อดีตของ ring: rang หรือ rung และชุด i-a-u ที่ฟังสับสนที่สุด
อดีตกาลธรรมดาของ ring คือ rang อดีตกาลสมบูรณ์คือ rung จุดที่ยากไม่ได้อยู่ที่ตารางผันกริยา แต่อยู่ที่ rang ฟังแทบเหมือน ran ในประโยคพูดจริง

ภาษาอังกฤษเฉพาะทางเภสัชกรรม: คำศัพท์ ตัวย่อใบสั่งยา และเส้นทางเรียนรู้ด้วยตนเอง
คำศัพท์งานเภสัชแยกตามกลุ่มงานจริง วิธีอ่านตัวย่อภาษาลatin บนใบสั่งยา พร้อมเส้นทางเรียนรู้ด้วยตนเองสามช่วงและแหล่งตรวจฉลากยาต้นฉบับ

อดีตของ look: looked, กลุ่ม kt ท้ายคำ และ look, luck, lock
look เป็นกริยาเติม ed อดีตและ past participle คือ looked ส่วนที่ยากคือกลุ่มสระ /kt/ ท้ายคำถูกตัดทิ้งในประโยคที่พูดเร็ว ทั้งก้อนเลยหายไป

อดีตของ live: lived และ live ที่อ่าน /lɪv/ ไม่เหมือน live ที่อ่าน /laɪv/
live เป็นกริยาปกติ อดีตและ past participle คือ lived ส่วนที่ยากคือส่วนท้าย /d/ บ่งเวลาแล้วหายไป แถมยังมี live อีกคำที่อ่าน /laɪv/

อดีตกาล lie: lay, lain หรือ lied — วิธีแยก lie กับ lay
lie ความหมายนอน past simple คือ lay และ past participle คือ lain ส่วน lie ความหมายโกหก คือ lied ความสับสนมาจาก lay ซึ่งเป็นคำกริยาอีกตัวใน present tense

อดีตของ lead: led และกับดักสะกดคำ lead หมายถึงตะกั่ว
อดีตกาลธรรมดาและ past participle ของ lead ล้วนเป็น led ส่วนที่ยากไม่ใช่การฟัง แต่เป็นการเขียน เพราะภาษาอังกฤษมีคำ lead อีกตัวที่อ่าน /led/ เช่นกัน

อดีตกาลของ keep: kept และกลุ่ม sleep, sweep ที่ย่อสระเหมือนกัน
อดีตกธรรมดaและ past participle ของ keep คือ kept ทั้งคู่ ส่วนที่ยากคือเสียง t ท้ายคำหายไปกลางประโยค เลยทำให้เน้นสระที่สั้นกว่า keep นิดหน่อย